ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน

กลุ่มบริษัทฯ ดำเนินการประเมินและระบุประเด็นสำคัญด้านความ ยังยืนเป็นประจำทุกปี เพื่อให้มั่นใจว่าประเด็นที่นำเสนอในรายงานสอดคล้องกับการดำเนินงานขององค์กร ความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย และบริบทของเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน

โดยยึดหลัก ทวิสารัตถภาพ (Double Materiality Principle) ซึ่งพิจารณาทั้งผลกระทบของการดำเนินธุรกิจที่มีต่อ สังคมและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนผลกระทบจากประเด็นด้านความยั่งยืนที่ส่งผลต่อมูลค่าขององค์กร ตามมาตรฐานการรายงาน ระดับสากล (Global Reporting Initiative: GRI)

ในปี 2567 กระบวนการประเมินครอบคลุม 3 มิติหลัก ได้แก่สิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) โดยพิจารณาจากผลกระทบที่แต่ละประเต็นมีต่อผู้มีส่วนได้เสียและการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯ การดำเนินการดังกล่าวช่วยให้สามารถกำหนด ทิศทาง กลยุทธ์ และการบริหารจัดการความเสียงขององค์กรให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลก พร้อมตอบสนองความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียได้อย่างสมดุล โดยคณะกรรมการบริษัททำหน้าที่ทบทวน จัดลำดับ และอนุมัติประเดินสำคัญ ด้านความยั่งยืน รวมถึงเนื้อหาสาระที่เผยแพร่ในรายงานฉบับนี้

กระบวนการประเมินและระบุประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน

ดูภาพขนาดใหญ่
1. ศึกษาและทำความเข้าใจบริบทด้านความยั่งยืนขององค์กร

กลุ่มบริษัทฯ ศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับบริษทการดำเนินงานขององค์กรโดยพิจารณาแนวโน้มด้านความยั่งยืนทั้งในระดับโลกและระดับอุตสาหกรรม รวมถึงงานวิจัยและแนวทางที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล นอกจากนี้กลุ่มบริษัทฯ ยังดำเนินการสัมภาษณ์เขิงลึกและเก็บข้อมูลจาก ผู้มีส่วนได้เสียทั้งภายในองค์กร (Internal Stakeholders) ได้แก่ พนักงาน ผู้บริหาร และผู้มีส่วนได้เสียภายนอกองค์กร (External Stakeholders) ได้แก่ ชุมชน คู่ค้า และสถาบันการเงิน เพื่อระบุแนวโน้มและปัจจัยด้านความยั่งยืนที่เกี่ยวข้อง กับทั้ง 4 กลุ่มธุรกิจหลักของกลุ่มบริษัทฯ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาวและใช้เป็นข้อมูลสำหรับการคัดกรองและระบุประเด็น ที่มีความเกี่ยวข้องและส่งผลกระทบต่อองค์กร สังคม สิ่งแวดล้อมและผู้มีส่วนได้เสีย

จากการศึกษาข้อมูลข้างต้น กลุ่มบริษัทฯ จัดทำรายการประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน (Long list) ครอบคลุมทั้ง 3 มิติ ESG โดยคัดกรองเฉพาะประเด็นที่ส่งผลกระทบหรือคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม ผู้มีส่วนได้เสีย และการดำเนินธุรกิจขององค์กร ตามหลักการทวิสารัตถภาพ (Double Materiality Principle) เพื่อนำไปประเมินระดับความสำคัญในขั้นตอนต่อไป

กลุ่มบริษัทฯ จัดประชุมเชิงปฏิบัติการร่วมกับผู้บริหารและ ผู้เกี่ยวข้องจาก 4 กลุ่มธุรกิจหลัก เพื่อหารือและจัดลำดับความสำคัญของ รายการประเด็นสำคัญด้านความยังยืน ตามหลักทวิสารัตถภาพ (Double Materiality Principle) โดยแบ่งการพิจารณาออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่

  • ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม (Impact to ESG) รอบคลุมสิทธิมนุษยชนและผลกระทบที่ผู้มีส่วนได้เสียได้รับจากการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯ
  • ผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ (Impact to Business) พิจารณาผลกระทบของประเต็นด้านความยั่งยืนที่อาจ ส่งผลต่อมูลค่าขององค์กร

ในการประเมินความสำคัญของผลกระทบ กลุ่มบริษัทฯ ใช้เกณฑ์ระดับความรุนแรงของผลกระทบ (Severity) และ โอกาสเก็ตผลกระทบ (Likelihood) อ้างอิงเกณฑ์ระบบบริหารความเสี่ยงขององค์กร (Enterprise Risk Management) โดยพิจารณาขนาดของผลกระทบ ความสามารถในการแก้ไข หรือบรรเทาผลกระทบในกรณีที่เกิดขึ้น

ผลการประเมินจะถูกจัดลำดับความสำคัญ (Prioritized) โดยประเด็นที่ส่งผลกระทบสูงสุดต่อ สิ่งแวดล้อม สังคม (Impact to ESG) และธุรกิจ (Impact to Business) จะ ถูกคัดเลือกเป็น รายการประเด็นสำคัญด้านความยังยืน (Short-list) และนำเสนอให้คณะกรรมการบริษัทพิจารณาอนุมัติในขั้นตอนถัดไป

ผลการประเมินที่ได้จากรายการประเด็นสำคัญต้านความยั้งยืน (Short-list) ได้ถูกนำเสนอต่อคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืนเพื่อพิจารณาทบทวนและอนุมัติรายการประเด็นสำคัญต้านความยั่งยืน (Materiality Topics) ซึ่งจะถูกใช้เป็นแนวทางสำหรับการดำเนินงานด้านความยั่งยืนประจำปี 2567 รวมถึงการบูรณาการผลการประเมินประเต็นสำคัญด้านความยั่งยืนเข้ากับระบบบริหารความเสียงองค์กร (Enterprise Risk Management Process) ตลอดจนเป็นกรอบในการเปิดเผยข้อมูลในรายงานความยังยืนประจำปี 2567 ต่อไป

2024 Sustainability Material Issues

ดูภาพขนาดใหญ่