19 October 2026
THE WORLD IN 2035

คุณจรีพร จารุกรสกุล

ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม

บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วกำลังทำให้โลกเข้าใกล้แนวคิด “Technological Singularity” หรือจุดที่ AI อาจมีความสามารถเหนือกว่าสติปัญญาของมนุษย์และสามารถเร่งการพัฒนาเทคโนโลยีต่อไปได้ด้วยตนเอง จนยากต่อการคาดการณ์ผลลัพธ์ที่จะตามมา ขณะเดียวกัน การแข่งขันระหว่างมหาอำนาจ ความผันผวนทางเศรษฐกิจ วิกฤตสิ่งแวดล้อม และการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร ต่างก็มีส่วนกำหนดทิศทางของโลก โดยสะท้อนผ่านการเปลี่ยนแปลงในมิติต่าง ๆ ทั้งภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจ เทคโนโลยี ภูมิอากาศและพลังงาน ตลอดจนผู้คนและสังคม ซึ่งจะก่อให้เกิดทั้งโอกาส ความเสี่ยง และความไม่แน่นอนรูปแบบใหม่ในช่วงหนึ่งทศวรรษข้างหน้า

ในด้านภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจ โลกมีแนวโน้มเปลี่ยนไปสู่โครงสร้างแบบหลายขั้วอำนาจ แม้ว่าสหรัฐอเมริกาและจีนจะยังคงเป็นมหาอำนาจหลัก แต่สหภาพยุโรป อินเดีย และกลุ่มประเทศที่มีอิทธิพลในระดับภูมิภาคจะมีบทบาทมากขึ้น โดยประเทศต่าง ๆ จะพยายามหลีกเลี่ยงความขัดแย้งโดยตรง แต่หันมาแข่งขันผ่านเครื่องมือทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์ ส่งผลให้โครงสร้างการค้าและการลงทุนของโลกมีแนวโน้มจัดกลุ่มตามพันธมิตรและผลประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์มากขึ้น ภาคธุรกิจจึงต้องปรับห่วงโซ่อุปทานจากการเน้นต้นทุนและประสิทธิภาพ ไปสู่การให้ความสำคัญกับความมั่นคงและความยืดหยุ่น ผ่านการกระจายฐานการผลิต แหล่งวัตถุดิบ และย้ายกิจกรรมบางส่วนให้ใกล้ตลาดปลายทาง ขณะเดียวกัน ประเทศที่พร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน บุคลากร เงินทุน และเทคโนโลยี จะดึงดูดการลงทุนได้มากกว่า ซึ่งอาจขยายช่องว่างทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

นอกจากนี้ เทคโนโลยีจะพัฒนาจากเครื่องมือสนับสนุนไปสู่แรงขับเคลื่อนสำคัญที่เปลี่ยนวิถีชีวิต การทำงาน และการดำเนินธุรกิจ โดยระบบต่าง ๆ จะมีบทบาทในการดำเนินงานและตัดสินใจได้อย่างอิสระมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะส่งเสริมการขยายตัวของธุรกิจแพลตฟอร์มและบริการดิจิทัล ทำให้การแข่งขันไม่จำกัดอยู่เพียงระหว่างบริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกัน ในอีกด้านหนึ่ง การแข่งขันด้านเทคโนโลยีอาจทำให้โลกแบ่งออกเป็นหลายระบบ เนื่องจากแต่ละกลุ่มประเทศอาจกำหนดมาตรฐานและแนวทางกำกับดูแลของตนเอง ธุรกิจจึงต้องปรับให้รองรับข้อกำหนดที่แตกต่างกัน และท่ามกลางการแข่งขันนี้ AI จะยิ่งพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว และหากมีความสามารถเหนือกว่าสติปัญญาของมนุษย์ ก็อาจเปลี่ยนบทบาทของมนุษย์ในอนาคตอย่างมีนัยสำคัญ

ในด้านภูมิอากาศและพลังงาน พลังงานสะอาดจะขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แต่เชื้อเพลิงฟอสซิลจะยังมีบทบาท โดยเฉพาะในประเทศที่มีความต้องการพลังงานเพิ่มขึ้น แต่ยังขาดโครงสร้างพื้นฐานรองรับการเปลี่ยนผ่าน ความต้องการไฟฟ้าที่สูงขึ้นจากการขยายตัวของเมือง อุตสาหกรรม และเทคโนโลยีดิจิทัล จะทำให้การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานมีความซับซ้อนมากขึ้น โลกจึงต้องสร้างสมดุลระหว่างการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ความมั่นคงของระบบไฟฟ้า ราคาพลังงาน และการเข้าถึงทรัพยากรสำคัญ สำหรับด้านผู้คนและสังคม ผู้คนจะต้องปรับตัวและพัฒนาทักษะเพื่อทำงานร่วมกับเทคโนโลยีมากขึ้น ขณะที่สังคมเผชิญกับความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัลและความแตกต่างในการเข้าถึงโอกาส นอกจากนี้ หลายประเทศจะเข้าสู่สังคมสูงวัย ส่วนบางภูมิภาคอาจมีประชากรวัยหนุ่มสาวเพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลให้เผชิญความต้องการและความท้าทายทางสังคมที่แตกต่างกัน

โลกในปี 2035 จึงอาจเป็นโลกที่ความก้าวหน้าและความเปราะบางดำเนินไปพร้อมกัน แม้เทคโนโลยีจะช่วยเพิ่มผลิตภาพและยกระดับคุณภาพชีวิต แต่การแข่งขันระหว่างประเทศ ความเหลื่อมล้ำ วิกฤตภูมิอากาศ และการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร จะทำให้สภาพแวดล้อมของโลกซับซ้อนและคาดการณ์ได้ยากยิ่งขึ้น การเตรียมพร้อมสำหรับอนาคตจึงควรพิจารณาความเปลี่ยนแปลงอย่างรอบด้าน โดยความสามารถในการปรับตัวและตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสม จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้แต่ละประเทศและองค์กรสามารถเปลี่ยนความไม่แน่นอนให้เป็นโอกาสสำหรับการเติบโตอย่างยั่งยืน

Back