20 July 2026
PEROVSKITE SOLAR

คุณจรีพร จารุกรสกุล

ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม

บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

ในวันที่โลกกำลังเผชิญกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความมั่นคงทางพลังงาน และความผันผวนของต้นทุนเชื้อเพลิง การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด (Energy Transition) จึงไม่ใช่แค่เป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม แต่กลายเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจโลก ขณะเดียวกัน ความต้องการพลังงานสะอาดที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องก็กำลังผลักดันให้ทั่วโลกแสวงหาเทคโนโลยีที่สามารถผลิตไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยต้นทุนที่ต่ำลง เพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ส่งผลให้นวัตกรรมพลังงานสะอาดกลายเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่ทั่วโลกต่างกำลังเร่งพัฒนา

ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา เซลล์แสงอาทิตย์แบบซิลิคอนได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นมาตรฐานของอุตสาหกรรม โดยเซลล์แสงอาทิตย์แบบซิลิคอนครองส่วนแบ่งตลาดโลกกว่า 90% เพราะต้นทุนต่ำและทนทานนานกว่า 20 ปี อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีดังกล่าวเริ่มเข้าใกล้ขีดจำกัดด้านประสิทธิภาพ ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 22–27% ทำให้การลดต้นทุนค่าไฟฟ้าต่อหน่วยทำได้ยากขึ้น แม้จะมีการพัฒนาเทคโนโลยีต่อยอดที่เน้นความยืดหยุ่น น้ำหนักเบา หรือการทำงานในสภาพแสงน้อย แต่ก็ยังไม่สามารถตอบโจทย์ทั้งด้านประสิทธิภาพ ต้นทุน หรือความทนทานได้พร้อมกัน ด้วยเหตุนี้ โลกจึงเริ่มมองหาเทคโนโลยียุคใหม่โดยมี Perovskite Solar ที่ได้รับความสนใจในฐานะเทคโนโลยีรุ่นใหม่ที่อาจก้าวขึ้นมาเป็น Game Changer ของอุตสาหกรรมพลังงาน

สิ่งที่ทำให้ Perovskite แตกต่างจากเทคโนโลยีเดิม ไม่ใช่เพียงประสิทธิภาพที่สูงขึ้น แต่คืออัตราการพัฒนาเทคโนโลยีที่รวดเร็วอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งใช้เวลาเพียงประมาณ 15 ปีในการยกระดับประสิทธิภาพจนเข้าใกล้เทคโนโลยีซิลิคอนที่ใช้เวลาพัฒนามากกว่า 40 ปี โดย Perovskite เป็นวัสดุกึ่งตัวนำที่สามารถดูดซับพลังงานจากแสงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถผลิตเป็นแผงที่มีความยืดหยุ่น น้ำหนักเบา หรือกึ่งโปร่งแสงได้ ทำให้สามารถติดตั้งบนกระจก หน้าต่าง หรือพื้นผิวอาคาร เพื่อเปลี่ยนอาคารให้กลายเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าในตัวเอง อีกหนึ่งแนวทางที่ได้รับความสนใจอย่างมากคือ การนำ Perovskite มาผสานกับแผงซิลิคอนในรูปแบบ Tandem Solar Cell เพื่อให้แต่ละวัสดุทำหน้าที่ดูดซับแสงในช่วงคลื่นที่แตกต่างกัน ส่งผลให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการแปลงพลังงานจากแสงอาทิตย์ได้สูงกว่าขีดความสามารถของแผงซิลิคอนแบบเดิมอย่างมีนัยสำคัญ

ปัจจุบัน Perovskite Solar กำลังก้าวจากงานวิจัยสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์ โดยบริษัทชั้นนำจากยุโรป จีน เกาหลีใต้ และสหรัฐอเมริกา ต่างเร่งลงทุนเพื่อช่วงชิงความเป็นผู้นำของเทคโนโลยีนี้ ตัวอย่างเช่น Oxford PV จากสหราชอาณาจักรที่มีสายการผลิตพร้อมสำหรับส่งมอบแผงสำหรับการใช้งานในเชิงพาณิชย์ ขณะที่ผู้เล่นรายใหญ่จากประเทศจีนก็กำลังเร่งพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น LONGi ที่สามารถทำประสิทธิภาพสูงถึง 34.8% หรือ Jinko ซึ่งอยู่ระหว่างเร่งพัฒนาเทคโนโลยีและตั้งเป้าผลิตเชิงพาณิชย์ภายในอีก 2–3 ปี ขณะที่ Hanwha Qcells จากเกาหลีใต้ก็ได้เปิดสายการผลิตนำร่องและเตรียมลงทุนสร้างสายการผลิตเชิงพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบ การเคลื่อนไหวของผู้เล่นระดับโลกสะท้อนให้เห็นว่า Perovskite Solar กำลังได้รับความเชื่อมั่นจากภาคอุตสาหกรรมและมีแนวโน้มก้าวสู่การใช้งานในวงกว้างในไม่กี่ปีข้างหน้า

แม้ Perovskite Solar ยังต้องอาศัยเวลาในการพัฒนาเพื่อปลดล็อกข้อจำกัดด้านอายุการใช้งาน ความทนทานต่อความชื้น ความร้อน และรังสี UV รวมถึงประเด็นการใช้สารตะกั่ว แต่ความก้าวหน้าของวัสดุและเทคโนโลยีการผลิตกำลังช่วยลดข้อจำกัดเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง หากสามารถก้าวข้ามความท้าทายเหล่านี้ได้สำเร็จ Perovskite Solar อาจไม่ใช่เพียงเทคโนโลยีโซลาร์เซลล์รุ่นใหม่ แต่จะเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบพลังงานสะอาดของโลกในทศวรรษหน้า

Back