15 6月 2026
Sovereign AI

คุณจรีพร จารุกรสกุล

ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม

บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

Sovereign AI กำลังถูกพูดถึงอย่างมากบนเวทีโลก หลายประเทศเริ่มตระหนักว่า AI ไม่ใช่เทคโนโลยีทางเลือก แต่ได้ยกระดับเป็นโครงสร้างพื้นฐานระดับชาติ ที่มีความสำคัญและมีความจำเป็นต่อระบบเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงเช่นเดียวกับระบบไฟฟ้า อินเทอร์เน็ต และพลังงาน

Sovereign AI หรืออธิปไตยทางปัญญาประดิษฐ์ หมายถึง การที่ประเทศสามารถพัฒนา ใช้งาน และควบคุม AI ด้วยการใช้โครงสร้างพื้นฐาน ข้อมูล บุคลากร และกฎเกณฑ์ทางกฎหมายของตนเอง ซึ่งหากย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา AI ยังถูกมองว่าเป็นเรื่องของภาคเอกชนและกลุ่มทุนเทคโนโลยี อย่างไรก็ตาม ปัจจัยหลายประการได้ผลักดันให้รัฐบาลทั่วโลกต้องรีบเปลี่ยนมุมมองและผลักดันเรื่องนี้ให้เป็นวาระแห่งชาติอย่างเร่งด่วน

ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างมหาอำนาจโลก ทำให้หลายประเทศตระหนักว่า เทคโนโลยีสามารถถูกใช้เป็นอาวุธทางการเมืองได้ตลอดเวลา หากประเทศใดพึ่งพาบริการ Cloud หรือโมเดล AI จากบริษัทต่างชาติเพียงไม่กี่ราย หากวันหนึ่งเกิดการคว่ำบาตรระหว่างประเทศ การเปลี่ยนนโยบายบริษัท หรือสงคราม ประเทศที่พึ่งพาอาศัยย่อมตกอยู่ในความเสี่ยงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

การแข่งขันทางเศรษฐกิจและการเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) AI จะเป็นตัวขับเคลื่อนมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาล ประเทศสามารถประยุกต์ใช้ AI เพื่อเพิ่มผลิตภาพในทุกอุตสาหกรรมตั้งแต่การเกษตรแม่นยำ การผลิต บริการสุขภาพไปจนถึงการเงินขั้นสูง อีกทั้งยังสามารถสร้างอุตสาหกรรมใหม่ ๆ และดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ

ภาษา วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ท้องถิ่น โมเดล AI ระดับโลกส่วนใหญ่ถูกเทรนด้วยข้อมูลที่มีน้ำหนักเอนเอียงไปทางแหล่งข้อมูลและบริบทของชาติตะวันตก โดยข้อมูลภาษาอังกฤษครอบคลุมกว่าร้อยละ 45 ขณะที่ภาษาไทย อาหรับ หรือภาษาในภูมิภาคเอเชียอื่น ๆ มีสัดส่วนรวมกันไม่ถึงร้อยละ 5 ความไม่สมดุลนี้ทำให้โมเดลมีแนวโน้มตีความประเด็นประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และค่านิยมผ่านเลนส์ตะวันตกที่อาจไม่สอดคล้องกับบริบททางสังคมและกฎหมายของแต่ละประเทศ

ความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว ข้อมูลสำคัญของประเทศ อาทิ เวชระเบียน ข้อมูลไบโอเมตริกส์ ธุรกรรมการเงิน หรือรายละเอียดโครงสร้างพื้นฐาน ล้วนมีความเสี่ยงหากถูกประมวลผลบนเซิร์ฟเวอร์ของต่างชาติ เพราะอาจถูกจัดเก็บ หรือเข้าถึงโดยรัฐบาลของประเทศอื่น ๆ ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงต่อความมั่นคงแห่งชาติ

ปรากฏการณ์ Sovereign AI ส่งผลให้หลายประเทศเร่งลงทุน สหภาพยุโรป มุ่งเน้นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานระดับภูมิภาคและการพัฒนากฎระเบียบที่รัดกุมเพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยี Cloud จากบริษัทยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ อินเดียและญี่ปุ่น สนับสนุนการพัฒนาโมเดลภาษาที่รองรับภาษาท้องถิ่น และเข้าใจบริบททางธุรกิจอันเป็นเอกลักษณ์ของประเทศตน สิงคโปร์ ประกาศยุทธศาสตร์ AI แห่งชาติฉบับที่ 2 โดยมุ่งเน้นการเพิ่มขีดความสามารถของ Supercomputer และการสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่เอื้อต่อการวิจัย

สำหรับประเทศไทยก็เริ่มมีการเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ เช่น การจับมือกันของหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษาในการพัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ที่เป็นโอเพนซอร์สภาษาไทย การขยายตัวของการลงทุนสร้าง Data Center จากบริษัทระดับโลกและผู้ให้บริการในไทย รวมถึงความตื่นตัวของภาคธนาคารและการเงินที่เริ่มนำ AI มาใช้ในระบบปิดของตนเองอย่างเข้มงวด อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังจำเป็นต้องเร่งพัฒนาระบบนิเวศให้ครอบคลุมโดยเฉพาะด้านบุคลากรที่ไทยยังขาดแคลนอย่างมาก

โดยสรุป Sovereign AI ไม่ได้หมายถึงการที่ประเทศใดประเทศหนึ่งจะปฏิเสธเทคโนโลยีต่างชาติแล้วเริ่มต้นสร้างทุกอย่างจากศูนย์ หากแต่คือการบริหารจัดการระบบนิเวศ AI อย่างมีกลยุทธ์ เพื่อควบคุมและขับเคลื่อนเทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตลอดจนสร้างความมั่นคงปลอดภัยให้แก่ประชาชนอย่างแท้จริง

Back