08 六月 2026
NANOZYMES

คุณจรีพร จารุกรสกุล

ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม

บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

ในยุคที่เทคโนโลยีก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดดจนทำให้เส้นแบ่งระหว่างวิทยาศาสตร์ชีววิทยา วิศวกรรมวัสดุ และนาโนเทคโนโลยีเริ่มหลอมรวมเข้าด้วยกัน เทคโนโลยีที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเพียงแนวคิดในห้องทดลองได้ก้าวสู่การนำมาใช้งานจริง โดยหนึ่งในเทคโนโลยีที่ได้รับความสนใจอย่างมากคือ Nanozymes ซึ่งเป็นเอนไซม์เทียมที่มนุษย์สร้างขึ้นโดยใช้วัสดุนาโนที่ถูกออกแบบมาเพื่อเลียนแบบกลไกการทำงานของเอนไซม์ในร่างกายมนุษย์

สาเหตุที่ทำให้ Nanozymes ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง มาจากข้อจำกัดของเอนไซม์ธรรมชาติที่มักมีโครงสร้างโปรตีนที่เปราะบาง เสื่อมสภาพได้ง่ายเมื่อเผชิญความร้อน ค่า pH ที่ไม่เหมาะสม หรือสารเคมีรุนแรง ในขณะที่ Nanozymes ที่ผลิตจากโลหะ โลหะออกไซด์ หรือคาร์บอน มีความทนทาน ความยืดหยุ่น และประสิทธิภาพที่สูงกว่ามาก นอกจากนี้ยังสามารถออกแบบคุณสมบัติให้เหมาะกับการใช้งานเฉพาะทางได้ ทั้งในแง่ของขนาด รูปร่าง หรือพื้นผิว ทำให้เทคโนโลยีนี้กำลังถูกจับตามองว่าอาจกลายเป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญของอุตสาหกรรมชีวภาพยุคใหม่มากกว่าจะเป็นเพียงวัสดุทดลองในห้องวิจัย

ปัจจุบันจึงมีการเริ่มนำ Nanozymes ไปประยุกต์ใช้งานจริงในหลายอุตสาหกรรม อาทิ ด้านการแพทย์และสาธารณสุข มีการนำไปพัฒนาเป็น Biosensors สำหรับตรวจโรค ตรวจจับสารชีวภาพ สารพิษ และระบบนำส่งยาอัจฉริยะ รวมถึงงานวิจัยลดการอักเสบและอนุมูลอิสระในระดับเซลล์ ขณะที่ด้านความยั่งยืนก็มีการนำไปใช้เพื่อบำบัดน้ำเสีย ย่อยสลายสารพิษ และตรวจวัดมลพิษ ส่วนภาคเกษตรและความปลอดภัยทางอาหารมีการประยุกต์ใช้เพื่อตรวจสารตกค้าง โรคพืช และสิ่งปนเปื้อนในอาหาร นอกจากนี้ ยังเริ่มมีบทบาทในอุตสาหกรรมวัสดุขั้นสูงเพื่อพัฒนาวัสดุเคลือบผิวและระบบเร่งปฏิกิริยารูปแบบใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เป็นต้น

โดยหลายประเทศเริ่มพัฒนาเทคโนโลยีนี้ในระดับจริงจัง ตัวอย่างเช่น ประเทศจีนได้นำไปใช้ในอุปกรณ์พกพาเพื่อตรวจวัดมลพิษสิ่งแวดล้อมและสิ่งปนเปื้อนในอาหาร ซึ่งอาศัยคุณสมบัติของ Nanozymes ในการเร่งปฏิกิริยาเคมี จนทำให้สารละลายเกิดการเปลี่ยนสีเมื่อพบสารปนเปื้อนหรือมลพิษ เช่น เปลี่ยนจากไม่มีสีเป็นสีน้ำเงิน โดยผู้ใช้อุปกรณ์สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟนผ่านแอปพลิเคชัน เพียงถ่ายภาพชุดตรวจระบบก็สามารถวิเคราะห์และแจ้งผลได้แบบเรียลไทม์ ขณะที่ สหรัฐอเมริกามุ่งการพัฒนา Organic Nanozymes สำหรับตรวจจับสารพิษและสารเคมีชีวภาพ โดย University of Illinois มีการพัฒนา Organic Nanozymes สำหรับตรวจฮีสตามีนซึ่งเป็นสารบ่งชี้ความสดของอาหารทะเล รวมถึงยาฆ่าวัชพืชบางชนิดได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว นอกจากนี้ ญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับการประยุกต์ใช้ Nanozymes ในอุตสาหกรรมวัสดุขั้นสูง เทคโนโลยีชีวภาพ และการแพทย์แม่นยำสูง โดยญี่ปุ่นมีแนวทางแตกต่างจากหลายประเทศตรงที่เน้น “คุณภาพและความปลอดภัย” มากกว่าการผลิตในปริมาณมาก

ในมุมธุรกิจ Nanozymes จึงไม่ใช่เพียงเทคโนโลยีเชิงวิทยาศาสตร์ แต่กำลังก้าวขึ้นมาเป็นโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจ โดยมูลค่าตลาดก็มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องตามความต้องการนวัตกรรมด้านการแพทย์ วัสดุรักษ์โลก และอุตสาหกรรมชีวภาพ ขณะเดียวกัน บริษัทเทคโนโลยีและสตาร์ทอัพสาย Deep Tech ในสหรัฐฯ ยุโรป และเอเชีย ต่างเร่งลงทุน วิจัย และจดสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน ถึงแม้เทคโนโลยีดังกล่าวจะมีศักยภาพสูง แต่ยังคงต้องเผชิญความท้าทายสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกฎระเบียบ การขยายกำลังการผลิต ตลอดจนการพิสูจน์ความปลอดภัยต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมในระยะยาว อย่างไรก็ตาม หากอุปสรรคเหล่านี้ถูกปลดล็อก Nanozymes อาจกลายเป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีฐานรากที่เข้ามาเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพยุคใหม่ คำถามสำคัญอาจไม่ใช่ว่า Nanozymes จะทำอะไรได้บ้าง แต่คือประเทศหรืออุตสาหกรรมใดจะสามารถคว้าโอกาสนี้ และเปลี่ยนเทคโนโลยีดังกล่าวให้กลายเป็นความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ได้ก่อนกัน

Back