29 六月 2026
DIGITAL FORTRESS

คุณจรีพร จารุกรสกุล

ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม

บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

ในยุค AI-First ทุกกิจกรรมทางเศรษฐกิจตั้งแต่การซื้อสินค้าไปจนถึงระบบควบคุมการผลิตและจ่ายไฟล้วนทำงานอยู่บนคลาวด์ (Cloud) โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลกลายเป็นกลไกหลักที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนโลกความจริง อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งระหว่าง สหรัฐฯ - อิสราเอล – อิหร่าน ที่กำลังเกิดขึ้นได้ส่งแรงสั่นสะเทือนและพลิกโฉมการลงทุนด้านเทคโนโลยีของทั้งโลก

Data Center ตกเป็นเป้าหมายทางการทหาร

เหตุการณ์โจมตีศูนย์ข้อมูลของ AWS ในประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และบาห์เรนได้เปลี่ยนนิยามของ Data Center ไปอย่างสิ้นเชิง จากเดิมศูนย์ข้อมูลเป็นอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ที่เป็นกลาง แต่ปัจจุบัน Data Center ได้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางยุทธศาสตร์ระดับชาติที่มีความสำคัญไม่แพ้โรงไฟฟ้า ท่อส่งน้ำมัน หรือท่อส่งก๊าซ การโจมตีครั้งดังกล่าวทำให้ทั้งโลกตระหนักว่า Cloud นั้นมีคอขวดทางกายภาพ และการสำรองข้อมูลในภูมิภาคเดียวกันไม่เพียงพออีกต่อไป

สถาปัตยกรรมใหม่

การออกแบบ Data Center ในอดีตมักเน้นไปที่ประสิทธิภาพการระบายความร้อนและความเร็วของเครือข่ายเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม การต่อสู้ในตะวันออกกลางที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีสงครามสมัยใหม่ เช่น โดรนพลีชีพ ขีปนาวุธนำวิถี ฯลฯ ทำให้เกิดมาตรฐานการออกแบบที่คำนึงถึงการป้องกันและการอยู่รอด (Survivability) ร่วมด้วย

การออกแบบโครงการ Data Center ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ขัดแย้งหรือพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญเริ่มมีการพิจารณาถึงความทนทานต่อแรงระเบิดและแรงสั่นสะเทือน เช่น การใช้โครงสร้างเหล็กผสมคอนกรีตความหนาพิเศษที่ทนทานต่อแรงอัดอากาศ หรือการติดตั้งระบบป้องกันภัยเข้าเป็นส่วนหนึ่งของอาคาร เช่น ระบบเซนเซอร์ตรวจจับคลื่นวิทยุ ระบบตัดสัญญาณโดรนในรัศมีรอบโครงการ ระบบสกัดกั้นขีปนาวุธ ตลอดจนการกระจายฐานที่ตั้งไปยังพื้นที่ห่างไกลหรือพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่ยากต่อการเข้าถึง

อธิปไตยทางฮาร์ดแวร์ (Hardware Sovereignty)

Technology De-coupling กำลังลบภาพของโลกที่เชื่อมโยงกันด้วยเทคโนโลยีมาตรฐานเดียว ในอดีต Data Center ทั่วโลกต่างพึ่งพาชิปและอุปกรณ์เครือข่ายจากแหล่งผลิตไม่กี่แหล่ง ซึ่งสงครามครั้งนี้ก็ได้เร่งให้การออกแบบและกระบวนการก่อสร้างศูนย์ข้อมูลแยกตัว หรือ decouple ออกจากห่วงโซ่อุปทานที่มีความเสี่ยง เช่น การเลือกใช้อุปกรณ์ที่ไม่ได้มาจากประเทศคู่ขัดแย้ง หรือการเลือกใช้อุปกรณ์ที่ผลิตเองในประเทศ หรือจากประเทศที่เป็นกลางเพื่อป้องกันการสอดแนมและ Hardware Backdoors ที่ฝังคำสั่งลับมาตั้งแต่กระบวนการผลิต ตัวอย่างเช่น ประเทศอิสราเอลกำลังยกระดับอธิปไตยทางฮาร์ดแวร์ของตนด้วยการพัฒนาชิปประมวลผลสำหรับระบบสกัดกั้นขีปนาวุธ (Iron Dome) ที่เน้นความเร็วในการประมวลผลผ่าน Edge Computing โดยไม่พึ่งพา Cloud ภายนอก

การพึ่งพาตนเองด้านพลังงานและทรัพยากร

ความสามารถในการดำเนินงานต่อไปได้แม้เกิดวิกฤตที่ตัดขาดระบบไฟฟ้าจากโลกภายนอก (Island Mode) อาทิ การติดตั้งโครงข่ายไฟฟ้าขนาดเล็ก (Microgrid) การใช้เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก (Small Modular Reactors) หรือการลงทุนระบบแบตเตอรี่ (ESS) ที่สามารถเก็บกักพลังงานจากแหล่งหมุนเวียน เช่น แสงอาทิตย์ เพื่อใช้งานในช่วงวิกฤต

ในสมรภูมิยุคใหม่ ผลกระทบจากสงครามที่อยู่คนละซีกโลกสามารถส่งแรงสั่นสะเทือนมาถึงข้อมูลและระบบปฏิบัติการต่างๆ ได้เพียงเสี้ยววินาที Data Center กำลังเปลี่ยนสถานะจากสินทรัพย์ด้านไอทีไปสู่โครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์ที่ต้องคำนึงถึงความอยู่รอด ความต่อเนื่องในการให้บริการ และอธิปไตยทางเทคโนโลยี สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้ส่งสัญญาณชัดเจนว่าในยุค AI-First ความมั่นคงทางดิจิทัลไม่ใช่แค่เพียงประเด็นทางเทคโนโลยี แต่กลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของความมั่นคงทางเศรษฐกิจและความมั่นคงแห่งชาติ และส่งผลให้ความสามารถในการปกป้องข้อมูล พลังประมวลผล และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลมีความสำคัญไม่ต่างจากการปกป้องทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศเลยทีเดียว

Back